KZM : Killer Zone Model : EP4 [KZM (A,B)]

เขียนต่อจาก :
Link : http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0002-mudleygroup-pantip-2.html

ขยายความ KZM (เฉพาะกอง A และ B) : ทดสอบความเข้าใจ
- โดยจะสมมุติ ทรัพยากร ที่เรามีได้แก่
-- เงิน 100,000 บาท
* มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ในการใช้  Technical Analysis (TA)
- ราคา Tdex ปัจจุบันอยู่ที่ 10.00 บาท
- ใช้ Model (ไม่ทราบว่าใครออกแบบ)
สามารถ Download ที่ : http://value-visions.blogspot.com/2016/06/0470-trade-log.html

เลือกลงทุนใน Tdex (ETF)
- เนื่องจาก Index ไม่มีทางเหลือ 0

เริ่มวางแผน
- ต่อสู้ด้วยสัดส่วน แบ่งกองกำลังตามจำนวนเงิน
-- 100,000 บาท สามารถซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาทได้ >> 10,000 หุ้น แบ่ง 100 หุ้นได้ 100 กอง
--- กอง A : จะมีทั้งหมด 50 กอง
--- กอง B : จะมีทั้งหมด 50 กอง

หน้าที่
- กอง A : โจมตีข้าศึกเป็น ช่วง
- กอง B : กองหนุนกอง A (โจมตีบ่อยกว่า) >> เพื่อสร้างความได้เปรียบ
- กำหนดช่วง เข้าโจมตี
-- เลือกโจมตีในช่วงราคา 8 - 10 บาท


- โซนที่เลือกอยู่ใน ช่วง (ซ้าย : A ,ขวา : B)
-- ด้านซ้านที่ราคา 10 บาท อยู่ในช่วงลำดับที่ 103 ที่ราคา 8 บาทอยู่ในช่วง 83
--- 103 - 83 = 20 โซน
-- ด้านซ้านที่ราคา 10 บาท อยู่ในช่วงลำดับที่ 102 ที่ราคา 8 บาทอยู่ในช่วง 82
--- 102 - 82 = 20 โซน

แบ่งกองกำลัง + โจมตี
- กอง A ได้คุม โซนละ 2.5 (ปัดเป็น 3 เพื่อเพิ่มกระแสเงินสด)
-- แต่ถ้าราคาถึง 8 บาท ต้องเพิ่มเงินอีกมากสุด 10,000 บาท
--- กองกำลัง A จะเริ่มโจมตีโซน(103) ราคา 10 บาท/300 หุ้น ,ขายที่ราคา 10.2 บาท / 300 หุ้น
--- กอง A โจมตีอีกทีที่ โซน(101) ที่ราคา 9.82 ,9.81 ,9.80 บาท/ ละ 100 หุ้น (รวม 300 หุ้น)
ขายที่ราคา 10.00 บาท/300 หุ้น


- กอง B ได้คุมโซนละ 2.5 (ปัดเป็น 3 เพื่อเพิ่มกระแสเงินสด)
-- แต่ถ้าราคาถึง 8 บาท ต้องเพิ่มเงินอีกมากสุด 10,000 บาท
--- กองกำลัง B จะเริ่มโจมตีโซน(102) ราคา 9.92 ,9.91 ,9.00 บาท/ ละ 100 หุ้น (รวม 300 หุ้น)
ขายที่ราคา 10.10 บาท/300 หุ้น
--- กอง B โจมตีอีกทีที่ โซน(100) ที่ราคา 9.72 ,9.71 ,9.70 บาท/ ละ 100 หุ้น (รวม 300 หุ้น)
ขายที่ราคา 9.90 บาท/300 หุ้น

การเพิ่มกองกำลัง
- ใช้กระแสเงินสดแฝงในการเพิ่ม
-- โดยการเพิ่มจากจุดที่ซื้อเลยถ้ามีกระแสเงินสดแฝงมากพอ
-- การเพิ่มจำนวนหุ้นในกอง จาก 100 เป็น 200 ดำเนินการหลังจาก ยึดพื้นที่โซนได้ครบทุกช่อง
Ex 9.11 ,9.12 ,9.13 - 10.00

Q : กรณีหลุด Zone ด้านบน ต้องขายหุ้น Zone ข้างล่างไหม
A : บางกรณีเราแบ่ง Zoneไว้เผื่อแล้ว เช่น แบ่งถึง 8 - 12 บาท ณ ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 10 บาท
- เราเก็บ Zone ที่ต่ำกว่า 10 บาทมาเรื่อยๆ อยู่ แล้วโดยใช้ต้นทุนจากช่วง 10 ถึง 12 บาท
- กรณีขึ้นรุนแรงจนทะลุ 12 บาท จะไม่ไล่ตาม จะใช้ C D เข้ามาช่วยแทน
- กรณีลงแรงๆ จะมีกระแสเงินสด เล่นเสมอ
- ขยายพื้นที่กินจุดไปเรื่อยๆ

Q : เงินที่ได้ จะคุ้มกับเวลาที่เสียไปหรือเปล่า ?
A : ข้อแตกต่างระหว่าง คนสำเร็จในการเทรดนั้นคือ Protect Capital ตัวเอง >> ผลตอบแทนตามมาเอง
- มองยาวๆ เพิ่มโซนไปเรื่อยๆ ผลตอบแทนเพิ่ม
- ทักษะในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น
- ถ้ามองผลตอบแทนก่อนจะเหมือนคนทั่วๆไป

ระดับการลงทุน
LV1 เล่นตามโซน เก็บเงินแฝง
LV2 ขยายโซนครบทุกเลข ทำเงินแฝงได้สม่ำเสมอทุกวัน
LV3 เงินแฝงจะขยายมา กลยุทธ์ options
LV4 บุกเข้า สู่ Future
LV5 ไปล่าฝรั่งกัน

---------------------------------------------------------------------
อ้างอิง
Link 1 : http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2008/11/I7181375/I7181375.html
Link 2 : http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2008/08/I6908867/I6908867.html

MudleyGroup : กลยุทธ์ และจุดอ่อน : EP2

สรุปความรู้ที่ได้จาก
Link : https://www.youtube.com/watch?v=gLtv9hVDtS0
Link : https://www.youtube.com/watch?v=cfMipxmjnFk

---------------------------------------------------------------

- อาชีพที่ออกแบบกลยุทธ์  เป็นอาชีพที่ใครก็อยากเป็น (ดูเท้ ,ดูฉลาด)
-- แต่เราต้องเป็นคนที่คิดรอบด้านจริงๆ
-- ถ้ามองมุมกว้างไม่ได้ จะยาก
Ex เราไม่สามารถเปิดใจยอมรับสิ่งต่าง ,มีความเชื่อ(ศาสนา) >> จะทำให้มุมมองแคบลงเรื่อยๆ

การเป็นนักกลยุทธ์ที่ดี
1.) ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ (เราเป็นใคร) >> การรู้จักตนเอง (จุดอ่อน จุดแข็ง) >>
ถ้ามองไม่ออกจะ คิดกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้
- ส่วนมากนักกลยุทธ์มักตกม้าตาย เพราะ ไม่รู้จักตนเอง (ไม่รู้จักจุดอ่อน จุดแข็ง)
- กลยุทธ์ที่คิดว่าดีที่สุด อาจเป็นผลแย่สำหรับเรา
- นักกลยุทธ์มือใหม่ มักเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด
- แต่บางครั้ง กลยุทธ์นั้นอาจไม่สอดคล้องกับตัวเรา >> ส่งผลให้เกิดความผิดพลาด
Ex กองทัพของเรามีทหารตัวใหญ่ แต่ดันเลือกกลยุทธ์เคลื่อนที่เร็ว (ตัวใหญ่ใช้พลังงานเยอะ) >>
ไม่สอดคล้องกับตัวเรา
Ex ใช้กลยุทธ์ของกองทุน แต่ทุนเราเป็นกองโจร
2.) นักกลยุทธ์ที่ดีต้องเขียนแผน เขียนออกมาจากในหัว
- ไม่มีนักกลยุทธ์คนไหนที่ไม่ขีดเขียน
- ถ้าไม่ได้เขียนก็ไม่สามารถวิเคราะห์รอบด้านได้
- เขียนและ แปลงเป็นภาพให้ได้
Ex เวลาทำสงคราม จะมีผังการรบ ต้องมีกลยุทธ์สงคราม
- ถ้าไม่ทำจะส่งผลให้เรามองด้านเดียว
- ถ้าเขียนเป็นภาพมันจะไหล เรื่อยๆ
- ต้องแปลง Process เป็นภาพออกมาอีกที >> ยิ่งเขียนภาพออกมาได้เท่าไหร่ >> ยิ่งคิดสร้างสรรค์มาก
- ถ้าเขียนเป็นภาพ จะเห็นลูกเล่น เทคนิคต่างๆ ของมือเก่า
- ถ้าสร้างภาพ จะเห็นสนามทั้งหมด และวิเคราะห์ได้ จะเห็นโอกาศทั้งหมด
- ถ้าเปลี่ยนเป็นภาพไม่ได้ คือจุดจบของนักกลยุทธ์
- การเขียนภาพ ต้องสอดคล้องกับความคิดของเราด้วย
- ภาพจะสือกับเราเอง
- อาจทำเป็น Flow Chart และสร้างเป็นภาพ
- การวาดภาพก่อนจะได้คิดว่ามันจะเกิดอะไรบ้าง ในมุมมองนั้นๆ
3.) การจริงจังกับ กลยุทธ์ของตนเอง
- นักกลยุทธ์ที่ ต้องวางแผนของตัวเอง และทำตามอย่างจริงจัง
- ระหว่างทางต้องมีการวิเคราะห์กลยุทธ์หลัก
- เราต้องสามารถแปลง กลยุทธ์หลักเป็นกลยุทธ์ย่อยได้
- นักกลยุทธ์ ที่พลาดส่วนใหญ่ นำกลยุทธ์ย่อยมา รวมกัน
- ส่วนสำคัญของการออกแบบคือ ต้องแปลงจากกลยุทธ์ หลัก ออกไปเป็นกลยุทธ์ย่อย
- และแปลงกลยุทธ์ย่อย จนไม่สามารถแปลงเป็นแบบอื่นออกมาได้
- ถ้ากลยุทธ์หลัก ไม่ละเอียดพอ ก็โจมตีไม่เข้า
- เวลาทำกลยุทธ์ ห้ามล้อเล่น (ต้องปรับโหมดของตนเองให้ได้)
- ถ้าเวลาทำกลยุทธ์ ไม่เครียด กลยุทธ์จะเกิดช่องโหว่
- ถ้าล้อเล่นเวลาออกแบบกลยุทธ์ ก็จะโดนกลยุทธ์ที่ล้อเล่นตาม
- การที่เราใช้ความเครียด กดดันตนเอง เราจะโดนโจมตีทางสมองหนักมาก
- การเทรดของเราคือชีวิต (เวลาคิดกลยุทธ์ ห้ามเอาชรวิตไปแขวนบนเส้นด้าย)
กลยุทธ์เกิดจากความคิด
- ถ้าคิดได้ คำถามจะเปลี่ยนไป
- คำถามที่เกิดจากการคิด และไม่ได้คิด จะต่างกัน
4.) คิดแบบ ความคิดคนอื่น
- พยายามเข้าไปความคิดของ ศัตรูให้ได้
- เข้าไปในสมอง จินตนาการ ให้ออก (สิ่งไหนที่เขาคิด สิ่งไหนที่เราคิด)
- คนทั่วไปคิดอย่างไร (ความคิดเดิมโดนหลอกไหม)
- จริงจังกับความคิดของตนเอง
Ex ได้เปรียบ เช่น ขายทองตอนตลาดแย่  ซื้อทองตอนตลาดดี
- เหมือนเรานำความคิดของเราไปยึดติดกับ บางอย่าง >> จะโดนหลอกง่ายๆ
- ให้สามารถอ่านภาพรวมได้ เราจะได้เปรียบ
- การจะรู้ Macro ของประเทศ ต้องวิเคราะหฺ จุดอ่อน จุดแข็ง ของประเทศนั้นๆ
Ex มอนสเตอร์ธาตุไฟ แพ้ ธาตุน้ำ
5.) พยายามลับกลยุทธ์ ตัวเองบ่อยๆ
- ต้องลองสนามบ่อยๆ
- ปรับให้ยื่ดหยุ่นขึ้น
- ต้องใช้มัน เพราะวางแผนมาแล้ว
- บางที copy มาก็ต้องนำมาใช้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ

- ตลาดเป็นตัวกำหนด ผลตอบแทน
-- วางกลยุทธ์ ต้องวางให้สอดคล้อง ให้กับตลาด ณ เวลานั้นให้ที่สุด
- ตลาดไม่มีเงิน ก็ได้แค่เงินนั้น

- หลายคนที่คิดว่านักรบตัวเองเก่ง แต่กลับไปแพ้ที่ภูมิประเทศ (ธรรมชาติ)

- กลยุทธ์เชิงลึก คือการยืมพลังธรรมชาติ มาช่วยในกลยุทธ์
Ex รู้ทิศทางลม จะช่วยให้ชนะศัตรูได้ง่าย
- รู้ว่าจะเกิดภาวะหน้าหนาว เตรียมเสบียง น้อยแต่ให้พลังงานเยอะ
- ตลาดช่วงนี้มีความกลัว ความโลภ หาช่องว่าง
- พลังธรรมชาติ น่ากลัว
Ex ถ้าจะทุบราคา ก็ต้องทำให้กลัว ,อยากโก่งราคาก็ให้เราโลภ
สิ่งที่ต้องคิด เราจะหาความได้เปรียบตลาดได้อย่างไร ?

---------------------------------------------------------------

Q : การแข่งขันในตลาด (โบรค) เป็นการแข่งที่ให้เราทำกำไรในเวลาที่น้อยที่สุด
A : ผลประโยชน์ ตกที่โบรค เพราะโบรคต้องการให้เราเป็น Short Run
- การแข่งที่ดี ต้อง Base บนชีวิตจริง (มีคิด การวางแผน การลงมือ)
- ถ้าทำอะไรที่ Long run ได้จะเป็นผลดีกับเราในระยะยาว
- คนอื่นที่แข่งกับเราจะ แพ้เราด้วยเวลา
- สิ่งสำคัญ คือ เวลา สม่ำเสมอ ไม่เจ้ง

Q : Pamm account คนที่จ่ายตังให้เราถ้าตรงเงื่อนไข ?
A :  โบรค (โบรคได้ค่าคอมจากคน Copy..)

Q : ไม่เคยรู้สึกตันเลยหลอ ?
A : ความรู้สึกตันก็มี แต่ มันเกิดจากการที่เราวาดไม่พอ เขียนไม่พอ
- ตันทำให้ เราไม่สนุกกับการทำมัน
- ทุกคนเป็น แต่หลายๆคนไม่ท้อ
- พักไปทำอย่างอื่น แต่อย่างไรก็มาทำต่อ
- ทางตัน เป็นหนทางที่ถามว่าเราชอบมันจริงๆไหม ถ้าชอบเราก็จะทำมันต่อ
- ต้องถามตัวเองว่า เราชอบผลลัพธ์ หรือเส้นทาง เพราะเส้นทางมีอุปสรรค์
- คนส่วนมากชอง ผลลัพธ์ แต่ไม่ชอบเส้นทาง

Q : หมากกระดาน มีกลยุธท์มากกว่า หุ้นเยอะ
A : เพราะว่า หมากกระดานเดินได้หลายทาง แต่ตลาดมีขึ้นกับลง

Q : สิ่งสำคัญที่ทำให้เรา ไม่สามารถชนะตลาดได้ คือ
A : 1.) เรารับมือตัวเองไม่ได้ 2.)เราไม่เข้าใจธรรมชาติของ กลยุทธ์
- อารมณ์ขัดแย้งกับ กลยุทธ์ของตนเอง >> ผลที่ตามมาคือ ไม่ได้ดั่งใจ
- Poker เป็นเกมส์ที่คุกคามด้วย คำพูด กดดัน >> ทำให้เกิดอารมณ์
- Poker บางทีคิดอย่างดี วางแผนอย่างดี แต่พลาด >> เสียหมด
- ดังนั้นนัก Poker จึงมีทักษะในการลงทุนระดับหนึ่ง เพราะ เสียจะไม่หมด

---------------------------------------------------------------

สาเหตุที่พี่ต้านไปลงทุนที่ รัสเซีย
- รัสเซียเป็นประเทศที่จำกัด ปริมาณ รูเบิล มีน้อย
- สภาพคล่องมีน้อย เคลื่อนไหวง่าย สภาพคล่องมีเยอะเคลื่่อนไหวยาก
- ถ้ามี Demand จะเกิดการใช้เงินที่มากขึ้น
- รัสเซีย จะจัดฟุตบอลโลกปี 2018
- รัสเซีย เหมือนเครื่องจักรที่ รอไฟจุด
- รัสเซีย ตลาดหุ้นถูกกว่า กำลังทหารเยอะกว่า

สาเหตุที่พี่ต้านเก็บเงิน AUS
- ทรัพยากรธรรมชาติเยอะ
- มีหนี้น้อย >> มีโอกาศสร้างหนี้

Demand ส่วนเกิน
- ถ้า Demand Supply พอดีกัน hedge fund ชอบเก็งกำไรกัน
- ถ้าเพิ่ม Demand หรือ Supply แค่นิดเดียว กราฟจะเคลื่อนที่ แบบ Expo
- ถ้าพอดี เติม Demand กราฟจะลง ถ้าเติม Supply กราฟจะขึ้น
- คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นแรงดัน แรงผลัก

---------------------------------------------------------------

เพิ่มเติม
0002 : MudleyGroup - ระบบทุนนิยม : http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/10/0000-etc.html

Stock : Big Lot ? : EP12

BIG LOT ?
- เป็นการซื้อขาย ของรายใหญ่ (ตั้งแต่ 1 ล้านหลักทรัพย์ หรือ 3 ล้านบาทขึ้น)
- เป็นการซื้อขายที่ รายใหญ่ตกลงกันเอง
- เป็นลักษณะการซื้อขายแบบ Put - through
- ถ้าไม่มีการซื้อขายแบบ Big Lot
-- รายใหญ่จะเกิดการลังเล เพราะต้องไปกวาดใน กระดาน >> ราคาปรับสูงขึ้น ต้นทุนแพงขึ้น
-- ในทางตรงกันข้าง ถ้าจะขายก็จะเกิดการทุบหุ้น โดยไม่ตั้งใจ

ผลดี และผลเสียต่อราคาหุ้น
- นักลงทุนรายใหญ่ไม่ต้องซื่อแพง และไม่ต้องขายถูกเกิน
- ทำให้หุ้นเกิดเสถียรภาพมากขึ้น ไม่ส่งผลต่อการขึ้นลงราคา

Put - through
- เป็นการซื้อขาย หลักทรัพย์ที่ ผู้ซื้อและขาย ต่อรองเพื่อตกลงราคาซื้อขายกัน
- การซื้อขาย จะไม่เกี่ยวกับราคาสูงสุด และต่ำสุดของหลักทรัพย์ในแต่ละวัน
*ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศสามารถซื้อขายได้ทั้ง Automatching และ Put - through

- การขาย Big Lot ในระยะสั้นอาจเป็น ลบเล็กน้อย แต่ในระยะยาวไม่มีผล >>
หุ้นตัวนั้นอาจจะเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจาก สถาบันเป็นคนซื้อ (สภาพคล่องดีขึ้น)

-----------------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิง
Link 1 : https://pantip.com/topic/35332995
Link 2 : https://pantip.com/topic/30129866
Link 3 : http:// www.stock2morrow.com/forums/forum/ห้องเม่าหลัก/ห้องเม่าปีกเหล็ก
/40871-big-lot-คืออะไร-และมีผลดีหรือผลเสียต่อราคาหุ้นยังไง

Link 4 : http:// www.moneymartthai.com/guru/index.php?cat=dd5c07036f2975ff4bce568b6511d3bc&know_id=693