ตกตะกอนความรู้ที่ได้จากการอ่าน Principles by Ray dalio [4]
3. ข้อสาม
- คนส่วนมาก มักกังวลว่าคนอื่นจะมองตัวเองอย่างไร >> ทำให้ตัวเองดูดี >> ปิดบังจุดอ่อน
ทำให้พวกเขาไม่เคยรู้วิธีเผชิญหน้ากับ จุดอ่อนของตนเอง ที่เป็นอุปสรรคของตนเองในอนาคต
- คนเหล่านี้จะหาข้ออ้างเพื่อให้ตนเองดูดี มีคำตอบในทุกๆเรื่อง เพื่อปิดจุดอ่อน
มุมมองแบบนนี้จะขัดแย้งกับความเป็นจริง >> เป็นปัญหาในการพัฒนา
- คนที่ยอดเยี่ยม คือคนที่ผ่านการเรียนรู้มาก่อน และพวกเขาก็มีจุดอ่อนเหมือนๆคนอื่น
- เขาเรียนรู้ที่จะเผชิญ กับมันและสามารถไปถึงจุดหมายได้
- ความรู้ที่ผ่านมาของเขาช่วยในการตัดสินใจอะไรดีมากขึ้น (ประสบการณ์เยอะ)
- คนที่ตัดสินใจบนความเป็นไปได้มากที่สุด >> จะมั่นใจในคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุด >>
ผ่านประสบการณ์มามากมาย >> เรียนรู้ในการตอบคำถามนักต่อนัก >> ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ต่อไป
- บางครั้งคนกลุ่มนี้ สำรวจความคิดเห็นที่ตรงกันข้ามกับตนเอง >>
และสำรวจว่าความคิดเห็นของตนผิดพลาดตรงไหน >> จุดอ่อนถูกแก้ไขไปเรื่อยๆ >>
จึงไม่เกิดปัญหาในอนาคตอีก
- อะไรคือจุดอ่อนที้ใหญ่ที่สุดของเรา ? คิด >> เจอ >> เข้าใกล้ความสำเร็จ
- คิดเกี่ยวกับมันเขียนมันลงบนกระดาษ
Ex จุดอ่อน คือความจำที่แย่เกี่ยวกัย เบอร์โทร ที่อยู่ (เราจึงควรแก้ไขด้วยกันจด)
กี่ครั้งแล้วที่เรากังวลกับ ตนเองว่าดูดีไหม ?
แล้วมันดีกว่าการที่เราจะดี (จากความเป็นจริง) ไหม ?
4. ข้อสี่
- คนส่วนมาก มักให้น้ำหนักของผลลัพธ์แรก ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
และไม่สนใจในผลลัพธ์ถัดไป ซึ่งทำให้การไปถึงเป้าหมายนั้นยาก
- ผลลัพธ์ แรกมันตรงกันข้ามกับผลลัพธ์ถัดไป (ทำให้เกิดความผิดพลาดในการตัดสินใจ)
Ex ออกกำลังการ ผลลัพธ์แรกคือความเจ็บปวด ผลลัพธ์ที่สองคือ ร่างกายแข็งแรง
กินขนมหวาน ผลลัพธ์แรกคือความอร่อย ผลลัพธ์ที่สองคือ อ้วน
- ถ้าเป้าหมายของเราคือ สุขภาพที่ดี และเราไม่สามารถผ่าน อุปสรรคแรกไปได้
เราก็ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้
- บางครั้ง ผลลัพธ์แรกมันจะล่อตาล่อใจ ทำให้ออกจากเป้าหมายที่วางไว้
- บางครั้ง ขัดขวางไม่ให้ถึงเป้าหมาย
ทั้งหมดคือหนึ่งในกระบวนการคัดสรรตามกฏของธรรมชาติ
บ่อยแค่ไหนที่เราตอบสนองต่อผลลัพธ์แรก โดยยอมทิ้งผลลัพธ์ที่ สองและสาม?
5. ข้อห้า
- คนที่โทษคนอื่นมากกว่า ตัวเอง >> ผลลัพธ์ที่ได้คือ คนโง่เขลา
- มันคือความไม่แน่นอนของความจริง และทำงานการพัฒนาตนเองด้วย
- การโทษคนอื่น ว่าไม่ดีนั้น น่าเวทนา เพราะคาดหวังเกินความเป็นจริง >> บ่อนทำลายตัวเอง
- คนที่ประสบความสำเร็จ >> เข้าใจสิ่งที่แย่ที่เกิดจากตัวเอง >> รับผิดชอบต่อมัน
กี่ครั้งแล้วที่เรารับผิดชอบต่อสิ่งที่เราทำเพื่อความสำเร็จ
- เราสามารถได้ในสิ่งที่เราต้องการได้ >> ระงับอีโก้ >> เลิกมีข้ออ้าง >> เปิดใจให้กว้าง >>
วางแผน >> ลงมือทำ
- โดยเฉพาะ ถ้าเราวางใจที่จะช่วยเหลือคนอื่นให้แข็งแรง ในด้านที่เราอ่อนแอ
- ถ้าต้องเลือกสร้างตัวเลือกที่ดีที่สุด ให้เลือก "การสวมบทบาท"
- การสวมบทบาทคือ ความสามารถหนึ่งที่สามารถทำสิ่งที่ยากได้ดีขึ้น >> เข้าไกล้ขีดจำกัดบ่อย
ก็ยิ่งพัฒนามากขึ้น ถ้าไม่ยอมไปซะก่อน >> อดทนกับความทรมานได้เท่าไหร่ยิ่งพัฒนาได้รวดเร็ว
- อะไรก็ตามที่ได้รับมาหลังบททดสอบ คือทำให้รู้ว่าเราถูกสร้างมาเพื่ออะไร
Ex เกมส์ สร้างตัวละครเก็บเลเวล อัพสกิลที่ต้องการ
สุดท้ายเราจะเป็นคาแรคเตอร์ที่เราต้องการ เช่น นักเวทย์ นักธนู
การเอาชนะขีดจำกัด ไม่ใช้เรื่องที่ยากเกินกว่าเราจะทำได้ ถ้าเราได้ทำสิ่งเหล่านี้
KZM : Killer Zone Model : EP1 [นายม่อนพ่อค้าค่าเงิน]
สรุปความรู้จาก Link :
- https://www.youtube.com/watch?v=QvnAE5_W31Q
- https://www.youtube.com/watch?v=1sJ3Aq33SK4
KZM Close System Forex Trading Part 01
KZM Close System Forex Trading Part 02
ของนายม่อนพ่อค้าค่าเงิน
- ผู้คิดค้นคือ พี่ต้าน ปณต จิตต์การุญ
- Concept KZM
-- ไม่มี Stop Loss >> ป้องกันการล้างพอร์ท
-- ไม่คาดการณ์ทิศทางราคา
-- มีการจัดการระยะห่าง
-- มี CashFlow สม่ำเสมอ >> มีเงินเพิ่มเข้ามาในระบบเสมอ
-- พอร์ทยั่งยืน >> ไม่สนใจว่ากำไรมากน้อย สนใจความสม่ำเสมอ
- วางเงินไว้ให้มีปริมาณมากพอ >> ถ้าราคาลงมาถึง 0 คือยอมแพ้
- Buy Order อย่างเดียว (สถาณการณ์ที่แย่ที่สุดคือ ราคาลงถึง0)
- เงินต่อเงิน (ใช้กำไรที่ได้ มาต่อยอด)
KZM แบ่งเป็น 4 กล่อง แต่ละกองมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน
- กอง A คุมZone ที่กว้าง (Pd Order เป็นช่วงๆ)
Ex วาง Zone ละ 1000 จุด
- กอง B คุม Zone เล็ก >> ปิดทำกำไรให้เร็วมากกว่ากอง A
Ex วาง Zone ละ 30 จุด
- กอง C >> ใช้ Technical ในการเข้าเข้าOrder และปิด Order (ไม่มี SL)
Ex เปิด Order เมื่อราคาตัด Ema5 ขายOrder เมื่อราคาตัดลง
- กอง D >> ใช้การเทรดแบบ Scalping (เปิดปิดเร็ว)
ทำไมถึงควรศึกษา KZM
- ปกติเวลาเทรด คนทั่วไปมักคิดว่าถึงเงินที่เข้า Order เป็น %
Ex คนที่เงิน 100$ เข้า Order ครั้งละ 1 % = 1$
แต่ถ้าคนที่มีเงิน 10000$ เข้า Order ครั้งละ 1 % = 100$
ถ้าขาดทุนติดต่อกันจะทำให้ประสิทธิภาพของการเทรดลดลง (หัวร้อน)
- ความเป็นจริงของการเทรดคือ เราควรเทรดได้เรื่อยๆ ตามเป้าหมายของเรา (คิดที่เกมส์ระยะยาว)
- ตรงกับกฎของ Warren Buffet
KZM เริ่มอย่างไร ?
1. หา Product ที่จะเทรด
- กราฟที่ ราคาลงระยะห่างถึง 0 น้อยยิ่งดี (เพราะใช้เงินทุนที่น้อย) >> Product ที่ราคาถูก
- ค่า Swap ต้อง + *ระวัง Spread บางทีอาจทำให้เสียโอกาศในการทำกำไร
2. ศึกษาข้อจำกัดของ Broker
Ex xm ห้ามเปิด Order หรือ Pd Order 200 Order (จำกัด Order)
3. วาง Zone และคำนวณทุน
-สิ่งที่ต้องคำนวณ
-- Lot ,ราคา(จากเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่) ,จำนวน Pips(ระยะห่างแต่ละ Zone)
ทุนต่อไม้ ,ทุนที่ใช้ทั้งหมด ,คิดเป็นเรทเงิน ?
KZM มีความเสี่ยงหรือไม่ ?
- ขึ้นอยู่กับ Broker >> Broker ปิดหนี
- วินัย >> Cut Loss ก่อน >> ไม่เป็นไปตามแผน
การคำนวณต้นทุนต่อ Order
- Pip value x จำนวน Pips (บัญชี Micro 1 Lot = 1,000 Units) [คำนวนเงินต่อ 1 Order]
-- นำ Lot x 1000 Unit
Ex Lot 0.02/Order >> 0.02 x 1,000 = 20
-- นำ unit size >> คำนวณ Lot บนเว็บไซค์
-- สามารถคำนวณผ่านเวปได้ โดยค้นจาก Google >> Pip value calculator
ถ้าคิด Order ลบเยอะ ทำอย่างไร (KZM มาคู่กับดอย)
- การใช้ Hedging >> เข้า Order Buy และ Sell ช่วยลดการ Drawdown
Ex Sell ตอนติดดอย ใน Lot ที่เท่ากัน เพื่อรอมาปิด ในจุดที่ เปิด Order
- การเก็บกำไรตามทางเรื่อยๆ
Ex หลุด Zone เข้า Sell ใน Lot ที่น้อยลง เก็บ Tp เป็น Zone ไป
ถ้าราคาขึ้นไปเยอะเกินราคาที่ zone วางไว้ทำอย่างไร
- ถ้ามีเงินกำไรเหลือเยอะ เทรดต่อ
- หรือหาคู่เงินอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
การเทรดกอง C
- เข้าเทรดด้วยสัญญาน Indicator
- กำหนดกระสุน (กี่นัด)
- กำหนดเปิด Order ห่างกันกี่ Pip
Ex แบ่ง Zone เป็น 4 Zone Zone ละ 20 นัด เข้าสัญญานตาม Indicator ในแต่ละ Zone
- https://www.youtube.com/watch?v=QvnAE5_W31Q
- https://www.youtube.com/watch?v=1sJ3Aq33SK4
KZM Close System Forex Trading Part 01
KZM Close System Forex Trading Part 02
ของนายม่อนพ่อค้าค่าเงิน
- ผู้คิดค้นคือ พี่ต้าน ปณต จิตต์การุญ
- Concept KZM
-- ไม่มี Stop Loss >> ป้องกันการล้างพอร์ท
-- ไม่คาดการณ์ทิศทางราคา
-- มีการจัดการระยะห่าง
-- มี CashFlow สม่ำเสมอ >> มีเงินเพิ่มเข้ามาในระบบเสมอ
-- พอร์ทยั่งยืน >> ไม่สนใจว่ากำไรมากน้อย สนใจความสม่ำเสมอ
- วางเงินไว้ให้มีปริมาณมากพอ >> ถ้าราคาลงมาถึง 0 คือยอมแพ้
- Buy Order อย่างเดียว (สถาณการณ์ที่แย่ที่สุดคือ ราคาลงถึง0)
- เงินต่อเงิน (ใช้กำไรที่ได้ มาต่อยอด)
KZM แบ่งเป็น 4 กล่อง แต่ละกองมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน
- กอง A คุมZone ที่กว้าง (Pd Order เป็นช่วงๆ)
Ex วาง Zone ละ 1000 จุด
- กอง B คุม Zone เล็ก >> ปิดทำกำไรให้เร็วมากกว่ากอง A
Ex วาง Zone ละ 30 จุด
- กอง C >> ใช้ Technical ในการเข้าเข้าOrder และปิด Order (ไม่มี SL)
Ex เปิด Order เมื่อราคาตัด Ema5 ขายOrder เมื่อราคาตัดลง
- กอง D >> ใช้การเทรดแบบ Scalping (เปิดปิดเร็ว)
ทำไมถึงควรศึกษา KZM
- ปกติเวลาเทรด คนทั่วไปมักคิดว่าถึงเงินที่เข้า Order เป็น %
Ex คนที่เงิน 100$ เข้า Order ครั้งละ 1 % = 1$
แต่ถ้าคนที่มีเงิน 10000$ เข้า Order ครั้งละ 1 % = 100$
ถ้าขาดทุนติดต่อกันจะทำให้ประสิทธิภาพของการเทรดลดลง (หัวร้อน)
- ความเป็นจริงของการเทรดคือ เราควรเทรดได้เรื่อยๆ ตามเป้าหมายของเรา (คิดที่เกมส์ระยะยาว)
- ตรงกับกฎของ Warren Buffet
KZM เริ่มอย่างไร ?
1. หา Product ที่จะเทรด
- กราฟที่ ราคาลงระยะห่างถึง 0 น้อยยิ่งดี (เพราะใช้เงินทุนที่น้อย) >> Product ที่ราคาถูก
- ค่า Swap ต้อง + *ระวัง Spread บางทีอาจทำให้เสียโอกาศในการทำกำไร
2. ศึกษาข้อจำกัดของ Broker
Ex xm ห้ามเปิด Order หรือ Pd Order 200 Order (จำกัด Order)
3. วาง Zone และคำนวณทุน
-สิ่งที่ต้องคำนวณ
-- Lot ,ราคา(จากเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่) ,จำนวน Pips(ระยะห่างแต่ละ Zone)
ทุนต่อไม้ ,ทุนที่ใช้ทั้งหมด ,คิดเป็นเรทเงิน ?
KZM มีความเสี่ยงหรือไม่ ?
- ขึ้นอยู่กับ Broker >> Broker ปิดหนี
- วินัย >> Cut Loss ก่อน >> ไม่เป็นไปตามแผน
การคำนวณต้นทุนต่อ Order
- Pip value x จำนวน Pips (บัญชี Micro 1 Lot = 1,000 Units) [คำนวนเงินต่อ 1 Order]
-- นำ Lot x 1000 Unit
Ex Lot 0.02/Order >> 0.02 x 1,000 = 20
-- นำ unit size >> คำนวณ Lot บนเว็บไซค์
-- สามารถคำนวณผ่านเวปได้ โดยค้นจาก Google >> Pip value calculator
ถ้าคิด Order ลบเยอะ ทำอย่างไร (KZM มาคู่กับดอย)
- การใช้ Hedging >> เข้า Order Buy และ Sell ช่วยลดการ Drawdown
Ex Sell ตอนติดดอย ใน Lot ที่เท่ากัน เพื่อรอมาปิด ในจุดที่ เปิด Order
- การเก็บกำไรตามทางเรื่อยๆ
Ex หลุด Zone เข้า Sell ใน Lot ที่น้อยลง เก็บ Tp เป็น Zone ไป
ถ้าราคาขึ้นไปเยอะเกินราคาที่ zone วางไว้ทำอย่างไร
- ถ้ามีเงินกำไรเหลือเยอะ เทรดต่อ
- หรือหาคู่เงินอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
การเทรดกอง C
- เข้าเทรดด้วยสัญญาน Indicator
- กำหนดกระสุน (กี่นัด)
- กำหนดเปิด Order ห่างกันกี่ Pip
Ex แบ่ง Zone เป็น 4 Zone Zone ละ 20 นัด เข้าสัญญานตาม Indicator ในแต่ละ Zone
Principles by Ray dalio : EP3
ตกตะกอนความรู้ที่ได้จากการอ่าน Principles by Ray dalio [3]
กระบวนการพัฒนาตนเอง
- ชีวิตประกอบด้วยด้วยตัวเลือกที่ต้องตัดสินใจมากมาย
- แต่ละตัวเลือกให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน- ชีวิตประกอบด้วยด้วยตัวเลือกที่ต้องตัดสินใจมากมาย
- คุณภาพชีวิตของเราขึ้นอยู่กับคุณภาพการตัดสินใจ
- ทุกคนไม่ได้มีความสามารถในการตัดสินใจตั้งแต่เกิด
- เมื่อเราโตขึ้นเราจะเป็นคนตัดสินใจด้วยตนเอง
Ex อยากเป็นครู ต้องการครุศาสตร์ อยากมีครอบครัวต้องแต่งงาน
- ยิ่งเราเข้าใกล้ เป้าหมายเรามากเท่าไหร่ เรายิ่งเจอปัญหา
- เราควรจะ ตัดสินใจอย่างไร เพื่อไห้เราผ่านอุปสรรคเหล่านี้- การทำให้ความฝันเป็นจริง ต้องต่อสู้กับความจริง >> เผชิญหน้า >> เรียนรู้ว่าได้สิ่งนั้นได้อย่างไร
ความเป็นจริง + ความฝัน + ความตั้งใจจริง = ชีวิตที่ประสบความสำเร็จ
อะไรคือความสำเร็จ
- ไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งที่เราต้องการ
- เราออกแบบเองว่าอะไรเหมาะกับเรา
- ถ้าเราค้นพบมัน >> หาวิธีของมันเองได้
Ex เด็กอยากได้ของเล่น รู้วิธีที่จะได้มัน จะร้องไห้ จะอ้อนดีดี
หรือเก็บเงินซื้อเอง มันอยู่ที่เราออกแบบเอง
- คนที่ประสบความสำเร็จจะมีวิวัฒนาการมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
- เขาเรียนรู้ตนเอง สิ่งแวดล้อม และพัฒนาตนเอง
- การพัฒนาตนเองจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้
- คนทั่วไปมีความสุขจากภาพวาดที่เกิดจากความคาดหวัง
Ex เศรษฐีสูญเสียเงิน 500 ล้าน >> ไม่มีความสุข >> ผิดหวัง
-- ใครบางคนมีเงินอยู่ 1000 >> ได้รับเงิน 200 >> มีความสุข >> สมหวัง
สิ่งที่จะแนะนำสำหรับการมีความสุขคือ
1. ตั้งมาตรฐานให้สูง และคว้ามันให้ได้
2. ลดมาตรฐานให้พอดีกับสถานภาพ
- คนส่วนมากจะเลือกข้อแรก >> อยากมีความสุขต้องพัฒนาตนเอง
(ธรรมชาติของมนุษย์ไม่เคยพอใจในสิ่งที่มี)
- หลักการทั่วไปสอนให้คนต้องการ งานที่มีความหมาย และเติมเต็มชีวิต
- เคารพในหลักการของคนอื่น และวางแผนของตนเอง ว่าต้องการอะไร >> ลงมือทำ
การตัดสินใจที่สำคัญของเรา
- ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมาย >> ยิ่งเจออุปสรรค + จำนวนการตัดสินใจมากขึ้น
- การตัดสินใจ >> ส่งผลลัพธ์ที่แตกต่าง
- คุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับ ผลลัพธ์
- ในชีวิตที่ผ่านมา เรามีการตัดสินใจเป็นล้านๆครั้ง และนั้นจึงกลายเป็นชีวิตของเราในปัจจุบัน
Ex เศรษฐีสูญเสียเงิน 500 ล้าน >> ไม่มีความสุข >> ผิดหวัง
-- ใครบางคนมีเงินอยู่ 1000 >> ได้รับเงิน 200 >> มีความสุข >> สมหวัง
สิ่งที่จะแนะนำสำหรับการมีความสุขคือ
1. ตั้งมาตรฐานให้สูง และคว้ามันให้ได้
2. ลดมาตรฐานให้พอดีกับสถานภาพ
- คนส่วนมากจะเลือกข้อแรก >> อยากมีความสุขต้องพัฒนาตนเอง
(ธรรมชาติของมนุษย์ไม่เคยพอใจในสิ่งที่มี)
- หลักการทั่วไปสอนให้คนต้องการ งานที่มีความหมาย และเติมเต็มชีวิต
- เคารพในหลักการของคนอื่น และวางแผนของตนเอง ว่าต้องการอะไร >> ลงมือทำ
การตัดสินใจที่สำคัญของเรา
- ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมาย >> ยิ่งเจออุปสรรค + จำนวนการตัดสินใจมากขึ้น
- การตัดสินใจ >> ส่งผลลัพธ์ที่แตกต่าง
- คุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับ ผลลัพธ์
- ในชีวิตที่ผ่านมา เรามีการตัดสินใจเป็นล้านๆครั้ง และนั้นจึงกลายเป็นชีวิตของเราในปัจจุบัน
แบ่ง 5 หัวข้อใหญ่สำหรับตัวเลือกที่ช่วยในการตัดสินใจ
(กำหนดคุณภาพชีวิตของเรา)
1. ข้อแรก
พื้นฐานของกฎธรรมชาติ - ความเจ็บปวด (ปัญหา) จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น
(ปัญหาเยอะ >> เรายิ่งเก่ง) ทำให้เราวิวัฒนาการก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นหนึ่ง (ทำลายขีดจำกัด)
- ธรรมชาติให้ความทรมานแก่เรา >> แสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของเรา
- ถ้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นต้องผลักดัน(ทำลาย)ขีดจำกัด (นั้นคือความทรมาน)
- ความทรมาน และความเข้มแข็ง คือผลลัพธ์ของกำแพงที่เรียกว่าขีดจำกัด
- เมื่อพบความทรมาน แสดงว่าเราต้องตัดสินใจบางอย่าง (จะผลักดัน หรือหยุดแค่นี้ >> ผลลัพธ์ต่างกัน)
1. ข้อแรก
พื้นฐานของกฎธรรมชาติ - ความเจ็บปวด (ปัญหา) จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น
(ปัญหาเยอะ >> เรายิ่งเก่ง) ทำให้เราวิวัฒนาการก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นหนึ่ง (ทำลายขีดจำกัด)
- ธรรมชาติให้ความทรมานแก่เรา >> แสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของเรา
- ถ้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นต้องผลักดัน(ทำลาย)ขีดจำกัด (นั้นคือความทรมาน)
- ความทรมาน และความเข้มแข็ง คือผลลัพธ์ของกำแพงที่เรียกว่าขีดจำกัด
- เมื่อพบความทรมาน แสดงว่าเราต้องตัดสินใจบางอย่าง (จะผลักดัน หรือหยุดแค่นี้ >> ผลลัพธ์ต่างกัน)
- คนส่วนใหญ่มักมองหนทาง 2 หนทางคือ “สู้กับมันตรงๆ หรือ
หนีจากมันเลย”
>> ผลที่ได้คือไม่ได้เรียนรู้ >> เผชิญกับปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า >> ไม่ได้ช่วยให้เข้าใกล้จุดหมาย
- มีอีกวิธีที่รับมือกับปัญหาคือ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันมัน
Ex เป็นคนจำชื่อเพื่อนไม่ค่อยได้ มีทางเลือก
1. พยายามจำมันให้หมด(ซึ้งยากมาก)
2. ไม่จำชื่อใครสักคนเลย (ก็จะเกิดปัญหานี้เรื่อยๆ)
3. ใช้กระดาษจด หรือบันทึกลงในโทรศัพท์ (เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน)
- คนที่ตอบสนอง กับความทรมานที่ขัดขวาง ไม่ให้ไปยังจุดหมายได้ >> เข้าใจสาเหตุ
และเรียนรู้วิธีรับมือกับมัน >> เขาจะแข็งแกร่งขึ้น >> การเรียนรู้มาพร้อม “ความผิดพลาด”
- ตอบสนองต่อสาเหตุความผิดพลาด >> เรียนรู้เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
*ถ้าเรารู้สึกถึงความทรมาน >> สัญญานบอกให้เราหาวิธีแก้ไข >> คิดให้ลึกซึ้งถึงมัน >> ถ้าผ่านไปได้จะมีพัฒนาการที่รวดเร็ว
>> ผลที่ได้คือไม่ได้เรียนรู้ >> เผชิญกับปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า >> ไม่ได้ช่วยให้เข้าใกล้จุดหมาย
- มีอีกวิธีที่รับมือกับปัญหาคือ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันมัน
Ex เป็นคนจำชื่อเพื่อนไม่ค่อยได้ มีทางเลือก
1. พยายามจำมันให้หมด(ซึ้งยากมาก)
2. ไม่จำชื่อใครสักคนเลย (ก็จะเกิดปัญหานี้เรื่อยๆ)
3. ใช้กระดาษจด หรือบันทึกลงในโทรศัพท์ (เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน)
- คนที่ตอบสนอง กับความทรมานที่ขัดขวาง ไม่ให้ไปยังจุดหมายได้ >> เข้าใจสาเหตุ
และเรียนรู้วิธีรับมือกับมัน >> เขาจะแข็งแกร่งขึ้น >> การเรียนรู้มาพร้อม “ความผิดพลาด”
- ตอบสนองต่อสาเหตุความผิดพลาด >> เรียนรู้เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
*ถ้าเรารู้สึกถึงความทรมาน >> สัญญานบอกให้เราหาวิธีแก้ไข >> คิดให้ลึกซึ้งถึงมัน >> ถ้าผ่านไปได้จะมีพัฒนาการที่รวดเร็ว
จำไว้ว่า
ความเจ็บปวด + การตอบสนอง = กระบวนการพัฒนา
ถามตัวเองว่า “อุปสรรค ใหญ่แค่ไหน ที่สร้างความทรมานให้กับเราในการ พัฒนา”
ความเจ็บปวด + การตอบสนอง = กระบวนการพัฒนา
ถามตัวเองว่า “อุปสรรค ใหญ่แค่ไหน ที่สร้างความทรมานให้กับเราในการ พัฒนา”
2.ข้อสอง
- คนส่วนมากสับสนว่า อะไรคือสิ่งที่เขาหวังว่าจะกลายเป็นจริง กับสิ่งที่เป็นจริง
- คนที่ไม่ยอมรับความเป็นจริงจะพยายามหลอกตัวเอง
Ex มีเงินอยู่ในบัญชี 1000 บาท คิดว่าเดียวมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร
และใช้จ่ายเรื่อยๆ ความจริงคือเงินมันลดจำนวนลงไป ที่ทำแบบนี้เพราะ ”ความจริงมันเจ็บปวด”
อย่างไรก็ตามการไม่เผชิญหน้า ก็ไม่สามารถหาทางอื่นได้เช่นกัน
เนื่องจากการตัดสินของเขาไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความจริง
จึงไม่สามารถคาดการณ์ว่าผลลัพธ์ในอนาคตได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร
- คนที่รู้ และเข้าใจความจริง จะเลือกและตัดสินใจได้ดีกว่า
จำไว้ว่า
ถามตัวเองว่ามันจริงหรือเปล่า ?
- การเรียนรู้ว่าอะไรคือความจริงนั้นดีที่สุด
- กี่ครั้งที่เราหวังให้เป็นจริง และเกิดขึ้นจริง แล้วมันจริงแท้อย่างนั้นหรือ ?
- คนส่วนมากสับสนว่า อะไรคือสิ่งที่เขาหวังว่าจะกลายเป็นจริง กับสิ่งที่เป็นจริง
- คนที่ไม่ยอมรับความเป็นจริงจะพยายามหลอกตัวเอง
Ex มีเงินอยู่ในบัญชี 1000 บาท คิดว่าเดียวมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร
และใช้จ่ายเรื่อยๆ ความจริงคือเงินมันลดจำนวนลงไป ที่ทำแบบนี้เพราะ ”ความจริงมันเจ็บปวด”
อย่างไรก็ตามการไม่เผชิญหน้า ก็ไม่สามารถหาทางอื่นได้เช่นกัน
เนื่องจากการตัดสินของเขาไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความจริง
จึงไม่สามารถคาดการณ์ว่าผลลัพธ์ในอนาคตได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร
- คนที่รู้ และเข้าใจความจริง จะเลือกและตัดสินใจได้ดีกว่า
จำไว้ว่า
ถามตัวเองว่ามันจริงหรือเปล่า ?
- การเรียนรู้ว่าอะไรคือความจริงนั้นดีที่สุด
- กี่ครั้งที่เราหวังให้เป็นจริง และเกิดขึ้นจริง แล้วมันจริงแท้อย่างนั้นหรือ ?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)