เฉลย ข้อสอบกลางภาค 2016
สรุปความรู้ที่ได้จาก Link : https://www.youtube.com/watch?v=uZd54MTxX1o
Link : https://www.youtube.com/watch?v=NlhQRixf2qk
------------------------------------------
- การ live ต่อไป จะมีการโชว์ Position น้อยลง เพราะเราไปเล่ง ว่าพี่เขาถืออะไรอยู่ ?
-- ตัดความคาดหวังของเราให้น้อยลง >> อยากสือให้เห็นถึงความรู้มากกว่า
- พี่ต้านต้องการคนที่มีความพยายาม >> แปล Principle >> อยากสอนคนที่ Expert
>> เพราะเวลาพี่ต้านมีน้อย (มีจำกัด) >> อยากให้สิ่งที่สอนตกถึงเรามากที่สุด
- การสอบเป็นการทดสอบว่าเรามีความพยายามแค่ไหน
- ภาษาอังกฤษไม่ยากเกินความสามารถ
- สาเหตุที่คนไทยอ่านหนังสือสู้เขาไมได้ เพราะว่า
การอ่าน Principle >> สาเหตุที่อ่านเพราะเราจะได้แนวคิด
>> แนวคิดจากประสบการณ์คนหนึ่ง 20 - 30 ปี >> กับคนที่มีสายงานใน สายนั้นๆ
- จะเป็นการทำลายกำแพง เราไม่ชอบอ่าน (ทำลายกำแพงความขี้เกียจ)
- เราเกียดภาษาอังกฤษ
- การเทรดถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ >> เราจะเทรดได้ดี
- เข้าใจหรือ ไม่เข้าใจ >> จะวัดได้ตาม Curve
- ข้อสอบที่ให้ใช้ความพยายามในการวัด
- เมื่อเรารู้ว่าตัวเองอยู่เกรดไหน >> เราจะรู้ว่าเรามีความพยายามขนาดไหน
- การอ่านมีหลายรูปแบบ
-- คนทั่วไปอ่านแบบ อ่าน >> อ่านจบอ่าน >> อาจมีสรุปมาก
-- จำได้บ้างไมได้บ้าง ,คิดว่าเข้าใจ >> เรามักชินการอ่านแบบสรุป
Ex เราอ่านหนังสือ 1000 เล่ม แต่ชอบแค่ 5 เล่ม >> เราต้องลงรายละเอียด
>> อย่าเอาความเคยชินมาใช้ (อ่านเร็ว)
-- ถ้าเราสรุป เรามักตัดเนื้อหาที่คิดว่าไม่สำคัญ >> สิ่งที่ตัดไป อาจเป็นสิ่งที่สำคัญก็ได้
>> เรามักรีบสรุปว่าอะไรสำคัญ ไม่สำคัญ
-- อะไรที่เกี่ยวข้องกับเรา เราต้องลงรายละเอียด >> เราต้องเข้าใจ
- คนที่ประสบความสำเร็จมีการอ่าน หลายรูปแบบมาก
------------------------------------------
เพิ่มเติม
- 0002 : MudleyGroup - ระบบทุนนิยม :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/10/0000-etc.html
- 0004 : MudleyGroup - กลยุทธ์ และจุดอ่อน :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0004-mudleygroup.html
- 0006 : MudleyGroup - Hedge Fund Manager 001 :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0006-mudleygroup-hedge-fund-manager-001.html
- 0008 : MudleyGroup - Hedge Fund Manager 002 :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/12/0008-mudleygroup-hedge-fund-manager-002.html
- 0009 : MudleyGroup - Trader ยุคใหม่ และโอกาส
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/12/0009-mudleygroup-trader.html
KZM : Killer Zone Model : EP9 [value-visions]
สรุปความรู้ที่จากการอ่าน Blog : http://value-visions.blogspot.com/
ต่อจาก : http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/12/0051-thai-stock-kzm-value-visions-7.html
-------------------------------------------------------------------------------------------
0139 : บันทึกความเข้าใจสมการ True Alpha ของผม
- ได้โอกาสนั่งเรียนเรื่อง True Alpha จาพี่ต้าน
- สรุปตามเข้าความเข้าใจของเจ้าของ Blog (อาจถูกผิด)
"ReTurn = Cash + Beta + Alpha"
- Return คือกำไรที่ได้มาจาก 3 ส่วน
- Cash = เงินสด >> เงินทุนของเรา (เงินฝาก เงินสำรองบัญชีหลักทรัพย์)
-- ถ้าเป็นเงินกู้ ดอกเบี้ยก็ติดลบ ถ้าเป็นเงินฝากดอกเบี้ยก็เป็นบวก
- Beta = เครื่องมือสร้างกระแสเงินสด สม่ำเสมอ (KZM ,DSM) >>
-- Bera คือสกิวของ Trader
- Alpha = ส่วนของเงินลงทุนระยะยาว (Long Term Run)
-- เป็นเงินที่เข้าซื้อในจังหวะ Discount (ลดราคา)
-- สามารถทำ Alpha >> True Alpha Product ได้ ในตอนที่มันกลับมามี Premium
-- Alpha เป็นสกิวในการเลือก Asset >> Skill ของ Fund Manager
การสร้าง True Alpha >> สร้าง Strucuture (โครงสร้าง)
- Cash 50% (50% ห้ามน้อยกว่านี้)
- Beta 40% >> เงิน Run model >> สร้าง Cash Flow เข้าพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ
- Alpha 10% >> Long Term invest >> ลงทีละ 10% >> หากเจ็บ พอร์ต รวมเจ็บไม่มาก
การรักษาสัดส่วนของพอร์ต (Re - Balancing)
- การ Balance >> Alpha ให้ครบ 10 % ตามที่ลงทุน
Ex มีเงิน 1,000,000 บาท
แบ่งโครงสร้างของเงิน
- Cash 50% = 500,000 บาท
- Beta 40 % = 400,000 บาท
- Alpha 10% = 100,000 บาท
Alpha เราจะมองในรูปของ NAV >> 100,000 บาท หุ้นละ 1 บาท >> มอง NAV เป็น 100,000 Point
- จะเกิดเหตุการณ์ อยู่ 2 อย่างในกราฟ ไม่ขึ้นก็ลง
กรณีลง
- ราคาหุ้นลงมาเหลือ 0.90 บาท >> NAV 100,000 Point ลดลงเหลือ 90,000 Point
- Loss 10,000 Point
- ที่ราคา 0.90 บาท >> เงินที่เสียไป 10,000 บาท >> สามารถซื้อหุ้นได้ 11,111 หุ้น
- ซื้อหุ้น เราจะมีหุ้นทั้งหมด 100,000 + 11111 = 111,111 Point
>> เราจะมีจำนวน NAV 100,000 Point เท่าเดิม
VVV
- ถ้าราคาหุ้นลงมาเหลือ 0.80 บาท >> NAV 111,111 Point ลดลงเหลือ 88,889 Point
>> Re - Balancing ให้ครบ 100,000 Point
- ที่ราคา 0.80 บาท >> เงินที่เสียไป 100,000 - 88,889 บาท >> สามารถซื้อหุ้นได้ 11,111 หุ้น
>> ใช้เงิน 11,111 ซื้อหุ้นที่ราคา 0.8 บาท >> 13,889 หุ้น
- Re-balancing 100,000 + 13,889 = 113,889 Point
VVV
- ถ้าราคาหุ้นลงมาเหลือ 0.70 บาท >> NAV 113,889 Point ลดลงเหลือ 79,722 Point
>> Re - Balancing ให้ครบ 100,000 Point
- ที่ราคา 0.80 บาท >> เงินที่เสียไป 100,000 - 79,772 บาท >> สามารถซื้อหุ้นได้ 20,274 หุ้น
>> ใช้เงิน 20,274 ซื้อหุ้นที่ราคา 0.7 บาท >> 28,968 หุ้น
- Re-balancing 100,000 + 28,968 = 128,968 Point
เราจะได้โซน
- ที่ 1 บาท 100,000 หุ้น
- ที่ 0.90 บาท 11,111 หุ้น
- ที่ 0.80 บาท 13,889 หุ้น
- ที่ 0.70 บาท 28,968 หุ้น
ถ้าราคาลงไปเรื่อยๆ เราเอาเงิน Beta มาเติมไม่ทัน ให้ใช้ Cash 50% Heal ตัวเอง
เช็คราคาหุ้น (ตอนขายคืน)
- ที่ราคา 0.70 บาท > 0.80 บาท -- ขาย คืนที่ 0.80 บาท 28,968 หุ้น >> กำไร 2,896 บาท
- ที่ราคา 0.80 บาท > 0.90 บาท -- ขาย คืนที่ 0.90 บาท 13,889 หุ้น >> กำไร 1,388 บาท
- ที่ราคา 0.90 บาท > 1.00 บาท -- ขาย คืนที่ 1.00 บาท 11,111 หุ้น >> กำไร 1,111 บาท
กำไรที่ได้มาเก็บไว้ทำ True Alpha
- กำไรที่ได้นำไปลดต้นทุน
-- 2,896 + 1,388 + 1,111 = 5395
- 100,000 - 5395 = 94,605
- ถ้าลดต้นทุนเหลือ 0 จะเรียกว่า True alpha
หากราคาขึ้นไปที่ 1.1 บาท NAV กลายเป็น 110,000 บาท
- จะทำยังไงอยู่ที่ว่าเราจะสร้าง Zone Re - Balancing
VVVV
อาจตัวให้เหลือ NAV 100,000 (ขายออก 9,090 หุ้น )
>> ได้ Cash Flow มา 10,000 บาท >> มีโซนรับคืน Re - balancing 9,090 หุ้นที่ราคา 1 บาท
- ถ้าขึ้นต่อก็ Re - balancing .ให้เหลือ NAV 100,000 ไปเรื่อยๆ
- ทำแบบนี้จนลดต้นทุนได้สัก 50 % >> หา Alpha ตัวใหม่
* Alpha ที่เน้นย้ำจริงๆ คือ ต้องลงทุนในจังหวะ Discount หรือช่วงตลาด Panic
-------------------------------------------------------------------------------------------
0034 : Thai Stock - NAV ?
Link : http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0033-thai-stock-nav.html
ต่อจาก : http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/12/0051-thai-stock-kzm-value-visions-7.html
-------------------------------------------------------------------------------------------
0139 : บันทึกความเข้าใจสมการ True Alpha ของผม
- ได้โอกาสนั่งเรียนเรื่อง True Alpha จาพี่ต้าน
- สรุปตามเข้าความเข้าใจของเจ้าของ Blog (อาจถูกผิด)
"ReTurn = Cash + Beta + Alpha"
- Return คือกำไรที่ได้มาจาก 3 ส่วน
- Cash = เงินสด >> เงินทุนของเรา (เงินฝาก เงินสำรองบัญชีหลักทรัพย์)
-- ถ้าเป็นเงินกู้ ดอกเบี้ยก็ติดลบ ถ้าเป็นเงินฝากดอกเบี้ยก็เป็นบวก
- Beta = เครื่องมือสร้างกระแสเงินสด สม่ำเสมอ (KZM ,DSM) >>
-- Bera คือสกิวของ Trader
- Alpha = ส่วนของเงินลงทุนระยะยาว (Long Term Run)
-- เป็นเงินที่เข้าซื้อในจังหวะ Discount (ลดราคา)
-- สามารถทำ Alpha >> True Alpha Product ได้ ในตอนที่มันกลับมามี Premium
-- Alpha เป็นสกิวในการเลือก Asset >> Skill ของ Fund Manager
การสร้าง True Alpha >> สร้าง Strucuture (โครงสร้าง)
- Cash 50% (50% ห้ามน้อยกว่านี้)
- Beta 40% >> เงิน Run model >> สร้าง Cash Flow เข้าพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ
- Alpha 10% >> Long Term invest >> ลงทีละ 10% >> หากเจ็บ พอร์ต รวมเจ็บไม่มาก
การรักษาสัดส่วนของพอร์ต (Re - Balancing)
- การ Balance >> Alpha ให้ครบ 10 % ตามที่ลงทุน
Ex มีเงิน 1,000,000 บาท
แบ่งโครงสร้างของเงิน
- Cash 50% = 500,000 บาท
- Beta 40 % = 400,000 บาท
- Alpha 10% = 100,000 บาท
Alpha เราจะมองในรูปของ NAV >> 100,000 บาท หุ้นละ 1 บาท >> มอง NAV เป็น 100,000 Point
- จะเกิดเหตุการณ์ อยู่ 2 อย่างในกราฟ ไม่ขึ้นก็ลง
กรณีลง
- ราคาหุ้นลงมาเหลือ 0.90 บาท >> NAV 100,000 Point ลดลงเหลือ 90,000 Point
- Loss 10,000 Point
- ที่ราคา 0.90 บาท >> เงินที่เสียไป 10,000 บาท >> สามารถซื้อหุ้นได้ 11,111 หุ้น
- ซื้อหุ้น เราจะมีหุ้นทั้งหมด 100,000 + 11111 = 111,111 Point
>> เราจะมีจำนวน NAV 100,000 Point เท่าเดิม
VVV
- ถ้าราคาหุ้นลงมาเหลือ 0.80 บาท >> NAV 111,111 Point ลดลงเหลือ 88,889 Point
>> Re - Balancing ให้ครบ 100,000 Point
- ที่ราคา 0.80 บาท >> เงินที่เสียไป 100,000 - 88,889 บาท >> สามารถซื้อหุ้นได้ 11,111 หุ้น
>> ใช้เงิน 11,111 ซื้อหุ้นที่ราคา 0.8 บาท >> 13,889 หุ้น
- Re-balancing 100,000 + 13,889 = 113,889 Point
VVV
- ถ้าราคาหุ้นลงมาเหลือ 0.70 บาท >> NAV 113,889 Point ลดลงเหลือ 79,722 Point
>> Re - Balancing ให้ครบ 100,000 Point
- ที่ราคา 0.80 บาท >> เงินที่เสียไป 100,000 - 79,772 บาท >> สามารถซื้อหุ้นได้ 20,274 หุ้น
>> ใช้เงิน 20,274 ซื้อหุ้นที่ราคา 0.7 บาท >> 28,968 หุ้น
- Re-balancing 100,000 + 28,968 = 128,968 Point
เราจะได้โซน
- ที่ 1 บาท 100,000 หุ้น
- ที่ 0.90 บาท 11,111 หุ้น
- ที่ 0.80 บาท 13,889 หุ้น
- ที่ 0.70 บาท 28,968 หุ้น
ถ้าราคาลงไปเรื่อยๆ เราเอาเงิน Beta มาเติมไม่ทัน ให้ใช้ Cash 50% Heal ตัวเอง
เช็คราคาหุ้น (ตอนขายคืน)
- ที่ราคา 0.70 บาท > 0.80 บาท -- ขาย คืนที่ 0.80 บาท 28,968 หุ้น >> กำไร 2,896 บาท
- ที่ราคา 0.80 บาท > 0.90 บาท -- ขาย คืนที่ 0.90 บาท 13,889 หุ้น >> กำไร 1,388 บาท
- ที่ราคา 0.90 บาท > 1.00 บาท -- ขาย คืนที่ 1.00 บาท 11,111 หุ้น >> กำไร 1,111 บาท
กำไรที่ได้มาเก็บไว้ทำ True Alpha
- กำไรที่ได้นำไปลดต้นทุน
-- 2,896 + 1,388 + 1,111 = 5395
- 100,000 - 5395 = 94,605
- ถ้าลดต้นทุนเหลือ 0 จะเรียกว่า True alpha
หากราคาขึ้นไปที่ 1.1 บาท NAV กลายเป็น 110,000 บาท
- จะทำยังไงอยู่ที่ว่าเราจะสร้าง Zone Re - Balancing
VVVV
อาจตัวให้เหลือ NAV 100,000 (ขายออก 9,090 หุ้น )
>> ได้ Cash Flow มา 10,000 บาท >> มีโซนรับคืน Re - balancing 9,090 หุ้นที่ราคา 1 บาท
- ถ้าขึ้นต่อก็ Re - balancing .ให้เหลือ NAV 100,000 ไปเรื่อยๆ
- ทำแบบนี้จนลดต้นทุนได้สัก 50 % >> หา Alpha ตัวใหม่
* Alpha ที่เน้นย้ำจริงๆ คือ ต้องลงทุนในจังหวะ Discount หรือช่วงตลาด Panic
-------------------------------------------------------------------------------------------
0034 : Thai Stock - NAV ?
Link : http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0033-thai-stock-nav.html
MudleyGroup : Trader ยุคใหม่ และโอกาส : EP3
Trader ยุคใหม่ และโอกาส
สรุปความรู้ที่ได้จาก Link : https://www.youtube.com/watch?v=ZaJZu8_NoEA&t=5s
------------------------------------------
Trader ยุคใหม่ และโอกาส
- ในยุคปัจจุบัน ทำไม "เราต้องพยายาม" >> เพราะทักษาเฉพาะด้าน มีบทบาทมากขึ้น
- ทุกคนเข้าถึง อินเตอร์เน็ตได้
Ex Programer >> สามารถทำงานฝรั่งได้
- ถ้าเราฝึกถ้าเรามีฝีมือ >> เราสามารถทำงาน กับฝรั่งได้เสมอ
- ตัวอย่าง Etoro >> พี่ต้านเริ่มจาก 300 $ >> ไม่ได้ใช้ leverage
-- ถ้าเราเทรดได้ดี ได้ตามเกรณ์ >> จะมีฝรั่งมาตามตัวเอง
-- มีเงินเดือนให้ >> ถ้ามี Follow
- เราไม่จำเป็นต้องไปเข้า Fund ที่ใหญ่
-- แต่ยังไงเราต้องเก่ง >> หนีไม่พ้นการฝึก
- ถ้าเราไม่ชอบให้คนมา Copy
- ก็ไปเทรด โบรคที่มี Pamm account
- ถ้าทำได้ดี ก็จะมีคนมาฝาก หรือคนที่เทรดไม่เป็น
- ตอนนี้มันมีโอกาสมากมาย >> ถ้าเราเก่ง
- สมัยก่อนยาก >> เพราต้องส่งผลงาน resume
- พี่ต้านยกตัวอย่างให้เห็นว่า >> น้อง (เรา) มีพลังงานมากกว่า มีโอกาสมาก บนโลกใบนี้
- รู้ Risk คำนวณเป็น มีทักษะ >> มีโอกาสเสมอ
- โอกาสมีให้สำหรับคนที่ฝึกฝน >> โอกาสมีบนโลกนี้เสมือ
- ได้เวลาของคลื่นลูกใหม่
- ถ้าฟังแล้ว เรียนแล้ว ห้ามล้างพอร์ต
- ถ้าไม่ล้างพอร์ต เราจะเรียนรู้ได้เรื่อยๆ >> ฝึกฝน
- ในตลาด ต่างประเทศ (Forex) เราไปเทรด >> เปรียบเหมือนเราเอาแบงค์ 1000 มาเผาไฟ
>> สิ่งที่เราควรจะได้ คือได้อะไรกลับมา ไม่ไช้เริ่มที่ 1 ใหม่ (ล้างพอร์ต เริ่ม 1 ใหม่)
>> ถ้าล้างก็จะวนแบบนี้ ไปเรื่อยๆ
- ไม่ยากที่จะชนะฝรั่งได้
- หน้าที่ของเราคือ ฝึก >> เก็บรายย่อยฝรั่ง
- ปล่อยให้พี่ต้าน ไปสู้กับ สถาบัน หรือกองทุนเอง
การฝึกทำไง
- เข้าใจความเสี่ยงคืออะไร >> เราไม่รู้ว่าเราเสี่ยงอย่างไร >> เทรด Forex ให้คิดว่าเราเดินไปแลกเงินกับ Super Rich แล้วเราจะเห็นภาพมากขึ้น
- ต้องไม่ล้างพอร์ต ก่อนอันดับแรก (ถ้าไม่ล้างพอร์ต ชนะกี่คนแล้ว) >> เกินครึ่งแน่นอน
- ฝึก Mentalร่างกายต้องแข็งแรง
Business ยังไง โบรคก็ต้องกำไร >> ตุกติกอยู่แล้ว >> สอนคนดีให้รับมือกับคนไม่ดี
>> เขาเอาเปรียบเราอยู่แล้ว >> แต่เราต้องรับสิ่งที่โดนเอาเปรียบเขาให้ได้
Oanda เป็น Market market
Xm ถ้าเก่งมาก จะบอกว่า เทรดถี่ไป
Pepperstone เห็นท่าไม่ดี ไม่ให้เทรด Product นั้น >> Pepperstone ถอนได้ตลอด
Exness เซิฟเวอร์ไม่ดี (พอร์ตอื่นเทรดได้ปกติ)
- ไม่ว่าจะเทรดโบรคไหน เมื่อไปเห็น ความคิดเห็น จะเห็น แง่ลบหมด
พี่ต้านคาดหวังไว้สูง เพราะพี่ต้านไม่ได้เงินค่าสอน
เราต้องเป็น Trader ยุคใหม่
- จะโลภได้ แต่ต้องโลภบนกำไร >> ไม่มีใครตีเราได้
เรามองข้ามพื้นฐานสำคัญ
- Forex การแลกเปลี่ยนเงิน
- ศึกษา Principle ตามหลักความเป็นจริง >> ถ้าทำ Principle ได้ดี เราจะชนะเกินครึ่งตลาดแล้ว
- Principle ของ Forex คือการแลกเปลี่ยนเงินตรา >> เราคิดว่าเงินตรานี้เหมากับเรา
- แต่ละเงินตรา มีอัตราดอกเบี้ย
- เงินมาพร้อมกับ ความสามารถ >> เงินมาพร้อมทักษะ >> มีทักษะเงินมาเอง
- เป็น Trader เหมือนร่องเรือ
-- Trend เปรียบเหมือน กระแสน้ำ
-- TA คือ ทิศทางลม
- บางครั้งทิศทางลม อาจทำให้เราได้เปรียบ หรือ ไขว้เขว
- บางครั้งเรา ยึดติดกับแระแสลม มากกว่ากระแสน้ำ >> ส่งผลให้เราเหนี่ยฟรี >> เหนี่ยงเปล่าๆ
- ถ้าเราเข้าใจ Principle เราจะเข้าใจ Trend
- ถ้าเราข่าใจกระแสลม กระแสน้ำ เราจะได้เปรียบ
- เราจะรู้กระแสน้ำได้อย่างไร >> บางที เราโยนใบไม้ลงไป เพื่อดู >> แต่บางคนกระโดด ลงไปเลย
legendary inventors >> จะสอนการคิด >> ไม่ค่อยสอนเทคนิค
- ถ้ามีความคิด สามารถสร้างเทคนิคต่างๆได้มากมาย
- ต้องแยกระหว่าง Process กับความคิด (ทำไม ทำไม ทำไม ? >> ทำไปเพื่ออะไร ) >> ต้องคิด
ถ้าเราแค่ทำ CS
- มันมีช่องทางให้ชาวบ้านเห็น
- เม็ดเงินฝรั่งเยอะมาก >> ถ้าเรายืนนาน ไม่จำเป็นต้องเก่งมากมาย >> มีโอกาส ที่ฝรั่งจะมาลงทุนด้วย
- เราสามารถ Present ให้โลกเห็นได้ >> ตลาดเมืองไทยมันน้อย (เล็กมาก)
- เราไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องไปแปะบน facebook ก็ได้
------------------------------------------
เพิ่มเติม
- 0002 : MudleyGroup - ระบบทุนนิยม :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/10/0000-etc.html
- 0004 : MudleyGroup - กลยุทธ์ และจุดอ่อน :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0004-mudleygroup.html
- 0006 : MudleyGroup - Hedge Fund Manager 001 :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0006-mudleygroup-hedge-fund-manager-001.html
- 0008 : MudleyGroup - Hedge Fund Manager 002 :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/12/0008-mudleygroup-hedge-fund-manager-002.html
สรุปความรู้ที่ได้จาก Link : https://www.youtube.com/watch?v=ZaJZu8_NoEA&t=5s
------------------------------------------
Trader ยุคใหม่ และโอกาส
- ในยุคปัจจุบัน ทำไม "เราต้องพยายาม" >> เพราะทักษาเฉพาะด้าน มีบทบาทมากขึ้น
- ทุกคนเข้าถึง อินเตอร์เน็ตได้
Ex Programer >> สามารถทำงานฝรั่งได้
- ถ้าเราฝึกถ้าเรามีฝีมือ >> เราสามารถทำงาน กับฝรั่งได้เสมอ
- ตัวอย่าง Etoro >> พี่ต้านเริ่มจาก 300 $ >> ไม่ได้ใช้ leverage
-- ถ้าเราเทรดได้ดี ได้ตามเกรณ์ >> จะมีฝรั่งมาตามตัวเอง
-- มีเงินเดือนให้ >> ถ้ามี Follow
- เราไม่จำเป็นต้องไปเข้า Fund ที่ใหญ่
-- แต่ยังไงเราต้องเก่ง >> หนีไม่พ้นการฝึก
- ถ้าเราไม่ชอบให้คนมา Copy
- ก็ไปเทรด โบรคที่มี Pamm account
- ถ้าทำได้ดี ก็จะมีคนมาฝาก หรือคนที่เทรดไม่เป็น
- ตอนนี้มันมีโอกาสมากมาย >> ถ้าเราเก่ง
- สมัยก่อนยาก >> เพราต้องส่งผลงาน resume
- พี่ต้านยกตัวอย่างให้เห็นว่า >> น้อง (เรา) มีพลังงานมากกว่า มีโอกาสมาก บนโลกใบนี้
- รู้ Risk คำนวณเป็น มีทักษะ >> มีโอกาสเสมอ
- โอกาสมีให้สำหรับคนที่ฝึกฝน >> โอกาสมีบนโลกนี้เสมือ
- ได้เวลาของคลื่นลูกใหม่
- ถ้าฟังแล้ว เรียนแล้ว ห้ามล้างพอร์ต
- ถ้าไม่ล้างพอร์ต เราจะเรียนรู้ได้เรื่อยๆ >> ฝึกฝน
- ในตลาด ต่างประเทศ (Forex) เราไปเทรด >> เปรียบเหมือนเราเอาแบงค์ 1000 มาเผาไฟ
>> สิ่งที่เราควรจะได้ คือได้อะไรกลับมา ไม่ไช้เริ่มที่ 1 ใหม่ (ล้างพอร์ต เริ่ม 1 ใหม่)
>> ถ้าล้างก็จะวนแบบนี้ ไปเรื่อยๆ
- ไม่ยากที่จะชนะฝรั่งได้
- หน้าที่ของเราคือ ฝึก >> เก็บรายย่อยฝรั่ง
- ปล่อยให้พี่ต้าน ไปสู้กับ สถาบัน หรือกองทุนเอง
การฝึกทำไง
- เข้าใจความเสี่ยงคืออะไร >> เราไม่รู้ว่าเราเสี่ยงอย่างไร >> เทรด Forex ให้คิดว่าเราเดินไปแลกเงินกับ Super Rich แล้วเราจะเห็นภาพมากขึ้น
- ต้องไม่ล้างพอร์ต ก่อนอันดับแรก (ถ้าไม่ล้างพอร์ต ชนะกี่คนแล้ว) >> เกินครึ่งแน่นอน
- ฝึก Mentalร่างกายต้องแข็งแรง
Business ยังไง โบรคก็ต้องกำไร >> ตุกติกอยู่แล้ว >> สอนคนดีให้รับมือกับคนไม่ดี
>> เขาเอาเปรียบเราอยู่แล้ว >> แต่เราต้องรับสิ่งที่โดนเอาเปรียบเขาให้ได้
Oanda เป็น Market market
Xm ถ้าเก่งมาก จะบอกว่า เทรดถี่ไป
Pepperstone เห็นท่าไม่ดี ไม่ให้เทรด Product นั้น >> Pepperstone ถอนได้ตลอด
Exness เซิฟเวอร์ไม่ดี (พอร์ตอื่นเทรดได้ปกติ)
- ไม่ว่าจะเทรดโบรคไหน เมื่อไปเห็น ความคิดเห็น จะเห็น แง่ลบหมด
พี่ต้านคาดหวังไว้สูง เพราะพี่ต้านไม่ได้เงินค่าสอน
เราต้องเป็น Trader ยุคใหม่
- จะโลภได้ แต่ต้องโลภบนกำไร >> ไม่มีใครตีเราได้
เรามองข้ามพื้นฐานสำคัญ
- Forex การแลกเปลี่ยนเงิน
- ศึกษา Principle ตามหลักความเป็นจริง >> ถ้าทำ Principle ได้ดี เราจะชนะเกินครึ่งตลาดแล้ว
- Principle ของ Forex คือการแลกเปลี่ยนเงินตรา >> เราคิดว่าเงินตรานี้เหมากับเรา
- แต่ละเงินตรา มีอัตราดอกเบี้ย
- เงินมาพร้อมกับ ความสามารถ >> เงินมาพร้อมทักษะ >> มีทักษะเงินมาเอง
- เป็น Trader เหมือนร่องเรือ
-- Trend เปรียบเหมือน กระแสน้ำ
-- TA คือ ทิศทางลม
- บางครั้งทิศทางลม อาจทำให้เราได้เปรียบ หรือ ไขว้เขว
- บางครั้งเรา ยึดติดกับแระแสลม มากกว่ากระแสน้ำ >> ส่งผลให้เราเหนี่ยฟรี >> เหนี่ยงเปล่าๆ
- ถ้าเราเข้าใจ Principle เราจะเข้าใจ Trend
- ถ้าเราข่าใจกระแสลม กระแสน้ำ เราจะได้เปรียบ
- เราจะรู้กระแสน้ำได้อย่างไร >> บางที เราโยนใบไม้ลงไป เพื่อดู >> แต่บางคนกระโดด ลงไปเลย
legendary inventors >> จะสอนการคิด >> ไม่ค่อยสอนเทคนิค
- ถ้ามีความคิด สามารถสร้างเทคนิคต่างๆได้มากมาย
- ต้องแยกระหว่าง Process กับความคิด (ทำไม ทำไม ทำไม ? >> ทำไปเพื่ออะไร ) >> ต้องคิด
ถ้าเราแค่ทำ CS
- มันมีช่องทางให้ชาวบ้านเห็น
- เม็ดเงินฝรั่งเยอะมาก >> ถ้าเรายืนนาน ไม่จำเป็นต้องเก่งมากมาย >> มีโอกาส ที่ฝรั่งจะมาลงทุนด้วย
- เราสามารถ Present ให้โลกเห็นได้ >> ตลาดเมืองไทยมันน้อย (เล็กมาก)
- เราไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องไปแปะบน facebook ก็ได้
------------------------------------------
เพิ่มเติม
- 0002 : MudleyGroup - ระบบทุนนิยม :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/10/0000-etc.html
- 0004 : MudleyGroup - กลยุทธ์ และจุดอ่อน :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0004-mudleygroup.html
- 0006 : MudleyGroup - Hedge Fund Manager 001 :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/11/0006-mudleygroup-hedge-fund-manager-001.html
- 0008 : MudleyGroup - Hedge Fund Manager 002 :
http://yutaro-diary.blogspot.com/2017/12/0008-mudleygroup-hedge-fund-manager-002.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)