DSM : Densri Method : EP9

DSM [26] กระแสเงินสดแฝงในอนาคตคืออะไร ?
- "กระแสเงินสดแฝง" เกิดจากการลดค่าของสินทรัพย์ หรือขายหุ้น
- ซื้อหุ้นถูกกว่าราคาที่ขายไป >> ได้กระแสเงินสดแฝง
- "กระแสเงินสดแฝงในอนาคต" การที่จะได้กระแสเงินสดแฝง ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
- ขายหุ้นในปัจจุบัน แล้วซื้อหุ้นถูกกว่าขายในอนาคต
- เป็นการบริหารพอร์ต ให้เกิดประโยชน์ จากเงินกองหลังให้มากที่สุด

EX - หุ้น A เป็นกองหลัง 3 กอง จากการขายที่ราคา 9.00 ,8.90 ,8.80 กองละ 1000 หุ้น
หุ้นขึ้นไปอยู่ที่ราคา 9.75 กลายเป็นจุด Short หุ้นจุดใหม่ รอบใหม่เพราะราคาสูงกว่า
ราคากองหลังกองแรก 15 ช่อง (9.00 >> 9.75)
- กองหลัง 3 กองที่ถูกทิ้งไว้ระวังหลัง จะทำประโยชน์ได้อย่างไร
- ทำให้เกิดการคำนวณ กระแสเงินสดแฝงในอนาคต มาใช้ ตามแผนของเรา (สมมุติรับคืนทุก 5 ช่อง)
หรือกี่ช่อง แล้วแต่แผนของเรา

การคำนวณกระแสเงินสดแฝงในอนาคต
- ขายที่ราคา 9.00 รับที่ราคา 8.75 (5 ช่อง)
- ขายที่ราคา 8.90 รับที่ราคา 8.65
- ขายที่ราคา 8.80 รับที่ราคา 8.55
- จะได้กระแสเงินสดแฝงในอนาคตทั้งหมด 0.25 x 1000 x 3 = 750 บาท (ยังไมได้หักค่าคอม)
- กองหลังเราทิ้งระวังหลังไว้
- สามารถนำเงิน 750 บาท แบ่งเป็น 50% เอามาลงทุนต่อ ,25%สำรอง ,25%ใช้จ่ายตามสัดส่วน
- เงินกองหลังที่เหลือนำมาเก็บไว้ รับซื้อหุ้นคืนเมื่อถึงจุดที่ต้องซื้อ
- สามารถกำหนดจุดซื้อคืนเป็น 10 ,20 ,40 ช่อง
- การคำนวณกระแสเงินสดแฝงนำมาใช้เพื่อ ลงทุนต่อในปัจจุบันได้เลย
- ทุกครั้งที่เรา ขายหุ้น สามารถคำนวณกระแสเงินสดแฝงในอนาคตได้เลย
- สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที โดยที่ยังไม่ต้องรอรับซื้อหุ้นกลับมา
- ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะกองหลังเท่านั้น

- นักลงทุนด้วยวิธี DSM ที่เล่นหุ้นแบบโน๊ตดนตรี
- หลังจากขายกองหลังแล้ว >> สามารถนำไปซื้อหุ้นเขียวอ่อนได้
- การลงทุนแบบนี้ไม่ต้องคำนวณเงินในอนาคต
- การจะได้กระแสเงินสดในอนาคต ต้องลงทุน DSM แบบ Basic
- ติดตามการเล่นหุ้นแบบโน๊ตดนตรี ในตอนที่ DSM[30] - DSM Music Theory

DSM [27] หลักการตัววัดผล DSM ทั้ง 8 ตัว 
- การลงทุนหุ้นแบบ DSM กระแสเงินสดแฝงต้องแบ่งเป็นสัดส่วนให้เกิดกระแสสูงสุด
- ตัววัดผล การลงทุนหุ้นแบบ DSM มีอะไรบ้าง
-- เงินสำรองหนี้ 25% ต้องเพิ่มขึ้นทุกเดือน
-- จำนวนหุ้นต้องเพิ่มขึ้นทุกเดือน (ทั้งปริมาณ และชนิดของหุ้น)
-- จำนวนปริมาณ กระแสเงินสดแฝง ที่ได้รับแต่ละรอบของการซื้อคืน >> ต้องมากขึ้นหรือคงที่
-- ปริมาณกองหลังจะต้องลดลงเรื่อยๆ >> เนื่องจากซื้อคืนได้
-- ปริมาณ อสังหาริมทรับย์ และทรัพย์สินอื่นๆดังที่กล่าวต้อง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
-- หนี้สินที่ เลวต้องทยอยลดลง และหมดไป
-- แหล่งเงินทุน ต้องเพิ่มขึ้นเรือยๆ มีเงินทุนเสนอเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
-- เงินปันผลเข้ามาทุกปี >> ปริมาณหุ้นเพิ่มขึ้น

- ถ้าเงินปันผล มีมากกว่าค่าใช้จ่ายต่อปี  อาจไม่ต้องทำงานธุรกิจเช่าหุ้น
- อาจหยุดพักร้อน เดือน 2 เดือนก็ได้
- เนื่องจากสามารถทำให้คนอื่นมาทำธุรกิจ เช่าหุ้นแทนเราได้
- เราจึงได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า

ความลับของคนรวยมี 2 ประเภท
- OPT - Other People's Time (เวลาของคนอื่น)
- OPM - Other People's Money (เงินของคนอื่น)
- จะทำอย่างไร ? ถึงเราสามารถใช้กฎ 2 ข้อนี้ได้
- ในอนาคตเราสามารถเปิดบริษัท ที่สอนคนลงทุน DSM สามารถใช้ได้ทั้ง DSM และ OPM ได้
- การลงทุนต้องมีการคุมพอร์ต (มากเกิน >> ทำให้น้อยลง , น้อยเกินทำให้มากขึ้น)

- ตัววัดทุกตัว บอกผลงานไปทางเดียวกัน
- ถ้าเกิดตัวใดตัวหนึ่งผิดไป ถือว่าเกิด Error ให้รีบหาข้อแก้ไข

DSM [28] เคล็ดลับของความสำเร็จ วิธีลงทุนแบบ DSM
- แบ่งเงินเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้
-- เงินฟรี คืออะไร ? ถ้ายังไม่เคยได้ ให้ทำตามแผนการลงทุน แล้วสักวันจะเข้าใจ
-- "เขียวซื้อ - แดงขาย" หรือ"กอดหุ้นวิ่ง ทิ้งหุ้นแดง" ซึ่งคือ DenSri Indicator = DSI
-- หุ้น เท่ากับหุ้น >> มองว่าหุ้นที่เลือกเป็นตัวเดียวกัน >> แต่ต่างที่ระดับราคา
-- ระบบบัญชีสำคัญมาก ในการจับหุ้นซื้อขาย และยังสร้างฐานข้อมูล (Data Base)
ในระยะการลงทุน 2 ปีแรก เป็นการลงทุนที่ถือว่าหวานเมล็ดพันธุ์ หลังจากนั้นคือเก็บเมล็กพันธุ์
จะทำให้รู้ว่า"ไม่ได้สร้างรายได้จากหุ้นในปัจจุบัน แต่เป็นการสร้างรายได้จากฐานหุ้นในอดีตที่ผ่านมาก"
-- สูตร 3-0-2-8
-- ธรรมชาติของการลงทุนหุ้น>> การลงทุนแบบ DSM >> แบบโน๊ตดนตรี (DSM Music Theory)
ซึ่งมีโน๊ตเสียงสูง เสียงต่ำ (ราคาสูง ต่ำ) และหุ้นเขียวแดง
-- การปฎิบัติตามแผน อย่างมีวินัย = การลงทุน (มีจิตใจแนวแน่ มั่นคง ไม่หวั่นไหว ไม่คิดกำไรขาดทุน)
แล้วจะพบวิธีที่เหมาะสม กับคุณ  "คิดได้ จดไว้ ลงมือทำ ทบทวน"
ความผิดพลาดไม่น่ากลัว ที่น่ากลัว คือความผิดพลาด และ "ไม่ยึดติดมูลค่า
แต่สนใจการเปลี่ยนแปลงของหุ้น"

DSM [29] สูตร 3 - 0 - 2 - 8 คือ ?
- เป็นวิธีคิด เปรียบเทียบกับกีฬาฟุตบอล (แบ่งเป็นกองหลัง กองกลาง กองหน้า)

3 - 0 - 2 - 8 คืออะไร
- เดิมมี 1,000 หุ้น ทิ้งกองหลังไว้ 300
- อาศัย 700 หุ้นที่เหลือ สร้าง 300 ที่ปล่อยคืนมา (รวมทั้งหมดเป็น 1300 หุ้น)
- ให้มองว่า 10,000 หุ้น ทิ้งกองหลัง 3,000 หุ้น >> ใช้ 7,000 หุ้นที่เหลือ สร้างหุ้นขึ้นมา 3,000 หุ้น
เป็น 10,000 หุ้น (รวมทั้งหมดเป็น 13,000 หุ้น) เอามาแบ่งเป็นกลองกลาง 2,000 หุ้น กองหน้า 8,000 หุ้น
วิธีนี้การจะใช้ต้อง DSMers ระดับ Master

- หรือ จากหุ้น 1,300 หุ้น แบ่งกองหลัง 300 กองกลาง 200  กองหน้า 800 หุ้น
เปรียบเหมือน กองหลัง 3,000 กองกลาง 2,000  กองหน้า 8,000 หุ้น
- สามารถแบ่งขายกองต่างๆ ได้อย่างละ 10%

- หรือ จาก 10,000 หุ้น แบ่งเป็น กองหลัง 3,000 กองกลาง 1,400  กองหน้า 5,600 หุ้น
- ถ้ามอง 100 % จะแบ่งดีงนี้ กองหลัง 30% กองกลาง 20% (14% จากเริ่มต้น)
กองหน้า 80% (56% จากเริ่มต้น)
- และก่อนทำแบบนี้ ไปเรื่อยๆทุกรอบ ที่ห่างจากกองหลัง 15 ช่องถือเป็นช่องใหม่

- ส่วนต่างๆ ของแต่ละกองต่างกันอย่างไร
- 3 >> กองหลัง ลงทุนทางลงอย่างเดียว (ถ้าไม่ขึ้นมามากว่า 4 ช่องจุดต่ำสุด จะไม่ซื้อกลับ)
- 0 >> ช่วงราคาที่หุ้นอยู่ระหว่างกองหลัง 3 กอง >> ไม่ทำอะไร เพราะได้ขายเอาไว้แล้ว
- 2 >> กองกลาง หุ้นส่วนที่ใช้สำหรับ Sideway  ปล่อยทีละนิด(1%) ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ปิดตลาดจะต้องซื้อคืน เอาไว้ลงทุนช่วง Sideway (ส่วนนี้จะลงทุน หรือไม่ก็ได้)
- 8 >> กองหน้า หุ้นส่วนนี้จะไม่ปล่อยไป  >> จนกว่าจะเลยช่วง Sideway  (15 ช่องจากกองหลังบนสุด)
- มีทั้งลงทุนหุ้นขึ้น หุ้นลง ลงทุนช่วง Sideway

- กองกลาง ลงทุนในช่วง Sideway
- อาจสร้างกระแสเงินสดแฝงได้น้อย แต่มีประโยชน์ในแง่ความสบายใจ
- 1% ที่ปล่อยไปเรื่อยๆ >> ให้ทำตามแผนการควบคุม
- มันจะค่อยสร้างกระแสเงินสดแฝง เป็นค่าเงินเทรดหุ้นเล็กๆ น้อยๆ
- ถ้าเทรดในช่วงกองกลางขาย 1% อาจไม่คุ้มค่า คอมมิชั่น >> อาจขายทีละ 5%- 20% >>
ในช่วง 15 ช่องจากกองหลังตัวบน >> และหาจังหวะรับกลับ
- ถ้าไม่สามารถรับกลับได้ ก็จะเสียหุ้น >> แต่ต้องยอมรับ เนื่องจากเป็นแผนที่วางไว้

- อาจแบ่งกองต่างๆ ตามสูตรความถนัดของแต่ละคน เช่น 3-0-2-5 ,3-0-3-4 ,3-0-4-3

- การบริหารพอร์ต 3-0-2-8 สามารถประยุกต์เป็น 3-3 /0-2-8
-- มองว่า 3-0-2-8 เป็นการบริหารพอร์ตทั้งพอร์ต (สมมุต 100,000 บาท คิดเป็นทั้งหมดของพอร์ต)
สามารถแบ่งได้ตามนี้
-- 3 >> 30% ของเงินเริ่มต้นที่ทำการลงทุน >> เก้บไว้เป็นเงินสำรองในพอร์ตหุ้น และเก็บเอาไว้ลงทุนหุ้นแบบ DSM Double ในที่นี้คือ 30,000 บาท >> เราได้เตรียมเงินต้นเอาไว้แล้ว >> ส่วน 70% ของพอร์ต
เอามาซื้อหุ้น และแบ่งขาย 10%
-- 3/0 >> กองหลัง >> ขายหุ้นลงเรือยๆ ทุก 2 ช่อง >> ขายไปเรื่อยๆ สามารทิ้งกองหลังได้ 3 กอง
ถ้าหุ้นลงก็ขายจนหมดมือ >> เวลาหุ้นเด้งจากจุดต่ำสุดก็รับหุ้นกลับ
-- 2 >> กองกลาง >> ลงทุนช่วง Sideway >> 20% ลงทุนช่วงนี้ 15 ช่อง
-- 8 >> กองหน้า >> ลงทุนช่องขาขึ้นเต็มตัว ขึ้นมามากกว่า 15 ช่อง จากกองหลังสุดบนสุด

- เป็นแนวคิด ที่บริหารพอร์ตอย่างหนึ่ง
- สามารถลงทุนหุ้นแบบ DSM และ DSM Double โดยใช้เงินในพอร์ตของตนเอง
- สามารถศึกษา DSM Double ในบทที่ DSM[31] - DSM Double Theory

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น